เช้าวันใหม่อันสดใส่
เกรนและมิเรนตื่นมาแต่เช้ากำลังเก็บเข้าของที่เหลือเพื่อออกเดินทางไปยังทิศใต้
"มิเรนเจ้าเสร็จยัง" เกรนที่ตอนนี้สะพายกระเป๋าเดินทางตัวเก่งใส่เสื้อสีเทาแขนกุดโชว์ไหลกว้างใส่ถุงมือสีดำที่ผ่านการใช้งานมานาน กางเกงยืดหนาสีดำ รองเท้าบูตสำหรับนักดาบ และเหน็บดาบของตนไว้ข้างเอว ถามมเรนพรางหยิบหมวกปีกกว้างที่สานจากพืชของตนมาใส่
"คะท่านเกรน ข้าเสร็จแล้ว" มิเรนวันนี้นางได้เปลี่ยนเสื้อเป็นแบบแขนยาวสีฟ้าพับแขนเสื้อถึงข้อศอก สวมกระโปรงสีเทายาวถึงหัวเข่า รองเท้าสีฟ้า รวบผมมัดหลังด้วยโบสีฟ้าใส่หมวกปีกกว้างที่สานจากพืชใบแข็งเช่นกัน เดินตามเกรนออกจากบ้าน
ทั้งสองเดินไปบ้าน3-4หลังถัดไปเพื่อกล่าวลาเจ้าของบ้านเช่าที่เกรนอยู่และคืนกุญแจบ้านด้วย
"ข้าลาไปก่อนหละ"
"อืม โชคดีนะ ของให้ทำความฝันของเจ้าสำเร็จหละ"
"ขอบคุณครับ"
"ขอบคุณคะ"
เกรนและมิเรนก้มโค้งหัวกล่าวลาเจ้าของบ้านแล้วเดินไปตามทางตรงไปสู่ประตูทิศใต้ ได้ไม่นานก็มาถึงหลังประตูเมืองทั้งสองต้องต่อแถวเพื่อตรวจตราสัมภาระก่อนออกจากตัวเมือง
"เอาตั้งสองแถวใครที่ไม่มีรถลากหรือเกวียนแยกมาด้านนี้ครับ ส่วนคนที่มีไปต่อแถวด้านนู้นเพื่อยื่นใบรายการสิ่งของครับ"
"เราต้องเดินไปต่อแถวนั้นสินะ"
"ว้าว คนเยอะแยะจริงๆเลยนะคะ แต่แถวนั้นมันยางจัง"
"อือ ส่วนมากพวกพ่อค้านั้นหละ เค้าต้องไปตรวจสินค้าว่ามีอะไรผิดกฏหมายหรือเปล่า หรือมีลักลอบเอาคนผิดออกนอกเมืองมั้ย ซึ่งจะใช้เวลานานกว่า แถวก็ยาวยืดแบบนี้หละ"
"อือ คะ เข้มงวดดีจังนะคะ"
"555 ประชาชนจะได้สบายใจไง แต่ก็มีพลาดกันไปได้เหมือนกัน"
"รัดกุมขนาดนี้ยังมีลอดอีกหรือคะ"
"อืม ก็ต้องมีเจ้าหน้าบางคนที่เห็นแก่เงินทองยอมทำเป็นไม่เห็นบ้างหละ ไหนมีคนดี ก็ต้องมีคนเลว ปนไปด้วยนั้นหละ ไม่มีที่ไหนจะมีคนดีอย่างเดียวหลอกนะ"
"คะ เรื่องนี้ข้าพอเข้าใจ"
"เอะ ตาเราแล้วเตรียมยื่นกระเป๋าลากให้เค้าเลย ส่วนข้าจะถอกกระเป๋าก่อน"
"คะ" แล้วนางก็เดินไปส่งกระเป๋าพร้อมใบที่กรอกข้อมูลขอเดินทางออกจากเมืองให้แกเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง
"หืม เจ้าจะเดินทางไปท่องเที่ยวเมืองทางใต้หรือ"
"คะ ข้ากับท่านเกรนจะเดินทางไปท่องเที่ยวเมืองทางใต้กันคะ"
"อืม ..." เจ้าหน้าที่คนนั้นมองมายังมิเรนตังแต่หัวจนไปหยุดที่อกอวบของนาง
"เจ้าไม่คิดจะมาอยู่กับข้าบ้างหรือ ไปเดินทางกับเจ้าคนจนๆ แบบนี้มันรำบากน้า"
"อะ เอ๋ "
"เจ้าเลิกกับเจ้าหมอนั้นแล้วมาอยู่กับข้าดีกว่ามั้ย" เค้าพูดพรางเอามือข้างหนึ่งมาจับแขนของนาง
"เออ ทะ ท่านจะทำอะไรนะ ข้าไม่เข้าใจที่ท่านพูด"
"ก็อย่างที่ข้ากล่าวไปแล้วไง มาอยู่กับข้า เจ้าจะอยู่สบายๆ ไม่ต้องเดินทางลำบากข้ามีรถม้าเดินทางไปมาได้สะดวกๆ เลยนะ หึหึ"
"ข้าขอบคุณในน้ำใจท่านนะคะ แต่สำหรับข้ามีท่านเกรนเท่านั้นคะ"
"หรือ เจ้าแน่ใจแล้วหรือ สาวน้อย" เค้าเริ่มออกแรงบีบขึ้นจนนางเริ่มเจ็บมือ
"แน่นอนคะ เออ ช่วยปล่อยมือก่อนได้มั้ยคะ"
หมับ !!!
"ข้าว่าท่านควรปล่อยมือท่านดีกว่านะ" เกรนที่ตรวจเสร็จแล้ว กำลังเดินมาหามิเรนก็เจอเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่คนนี้จับมือนางเหมือนจะทำมิดีมิร้าย จึงเข้ามาห้ามปรามทั้นที
"หือ เจ้าหมอนี้หรือ" เขาปล่อบมือจากมิเรนแล้วหันไปทางเกรน ซึ่งเกรนเองก็ปล่อยมือเจ้าหน้าที่คนนี้เช่นกัน
"ท่านเกรนคะ" เมื่อหลุดจากเจ้าหน้าที่แล้ว มิเรนรีบหลบไปด้านหลังเกรนทันที
"ข้าว่าท่านเอาเวลาไปตรวจคนต่อไปดีกว่านะครับ พวกข้าจะได้ไปๆซักที"
"ข้ายังตรวจนางไม่เสร็จเลย เจ้าอย่ามายุ่งได้มั้ย" เค้าเริ่มขึ้นน้ำเสียง
"ท่านกล่าวผิดไปนิด คงต้องกล่าวว่า ข้ายังกระเป๋าตรวจนางไม่เสร็จ มากกว่านะครับ" เขาแน่นคำว่ากระเป๋าดังขึ้นจากแนวเสียงนิดหนึ่ง
"จะ เจ้าอยากมีเรื่องกับข้างั้นหรือ"
"เออ ข้าไม่ได้อยากมีเรื่องกับท่านเลย" (งานเข้าตั้งแต่ยังไม่ออกจากเมืองเลย เฮ่ย)
"งั้นเจ้าถอยไปข้าจะตรวจนางต่อ หึหึ" เจ้าหน้าที่กล่าวพรางยื่นมือหมายจับมิเรนที่หลบอยู่ด้านหลังเกรน เกรนจึงต้องขยับแขนไปจับยังมือของเจ้าหน้าที่อีกครั้ง
"ข้าว่านางคงไปยากให้ท่านตรวจหลอกอีกอย่างตัวนางก็ไม่มีอะผิดกฏหมาย ดูแค่เสื้อก็ไม่มีที่จะซ่อนของแล้ว ถ้าท่านจะตรวจจริงๆ กรุณาแจ้งไปยังเจ้าหน้าหญิงเพื่อมาตรวจดีกว่านะท่าน"
มีเรนยื่นหน้าออกมาพักเห็นด้วยกัยเกรน "ใช้คะ ถ้าจะตรวจข้าขอให้เจ้าหน้าหญิงมาตรวจดีกว่านะคะ"
"หน่อยใครตรวจมันก็เปมือนกันนั่นหละ" เจ้าหน้าเริ่มขึ้นเสียงดังมาอีกครั้ง
"เฮ่ย ช่วยไม่ได้น้า"
[มิเรนช่วยสร้างลมพัดรอบๆแรงๆหน่อย ข้าจะจัดการเจ้าหน้าคนนี้เอง] เกรนคุยผ่านจิตกับมิเรนทันที
[คะ ท่านเกรน] แม้นางยังสงสัยว่าเขาจะทำอย่างไรแต่ก็ยอมทำตามทันที เพราะเชื่อใจว่าเขาจะแก้ไขสถานการณ์นี้ได้
ว่าแล้วนางร่ายเวทก็สร้างขึ้นในใจสัดครู่ก็ส่งเวทให้ทำงาน เกิดลมแรงหมุนรอบตัวพวกเขาทั้งสามจนทำให้คนรอบๆต้องเอามือขึ้นบังลมที่จู่ๆก็พักแรงขึ้นมาจนเป็นคลื่นแบบกระทันหันแบบนี้ แต่เกรนอาศัยจังหวะนี้ 2วินาที จัดการทุบเจ้าหน้าจนสลบแล้วลากไปมุมอาคาร จับมือกรอกเอกสารอนุญาติให้ผ่านประตูเมืองแล้วจับกดปั้มนิวมือยืนยันที่ด้านล่างเป็นอันเสร็จ แล้วจัดท่านอนให้ดูเหมือนคนงีบหลับไว้ข้างกำแพงนั้น
[ไปกันมิเรนเสร็จหละ]
[เออ ท่านเกรนเอาแบบนี้จะดีหรือคะ]
[หึหึ กับคนที่พูดด้วยไม่รู้เรื่องก็คงใช้วิธีนี้หละ ความจริงข้าอยากอัดมันมากกว่าที่มาฉุดเจ้าแบบนี้]
[ขอบคุณคะ ที่เป็นห่วงข้า] มิเรนหันไปยิมขอบคุณให้กับเกรน
[ข้าไม่ได้ห่วงเจ้า แต่ข้าทั้งห่วงทั้งหึงหวงเลยตั้งหาก ก็ใครใช้ให้เจ้าน่ารักแบบนี้หละ] เกรนตอบพรางเอามือไปโอบเอวนางมาเดินชิดใกล้เขา
[ท่านเกรนข้ารักท่านที่สุดเลย] นางพรางหน้าแดง แล้วยื่นมือไปจับแขนที่โอบเอวนางแล้วเดินตามเขาตรงไปอาคารอีกด้านเพื่อเอาสัมภาระและจะได้ยื่นใบผ่านออกจากเมืองซักที ส่วนเจ้าหน้าที่คนนั้นก็โดนพบโดยหัวหน้าอีกชั้น จนโดนโทษหลับในหน้าที่ไปตามระเบียบ
...
ตอนนี้ทั้งเกรนและมิเรนกำลังเดินเท้าบนถนนหินที่ปูอย่างดี พวกเขาต้องเดินทางอีก4-5ชั่วโมถึงจะไปถึงกำแพงสุดท้ายที่ติดกับเขตแดนของอาณาจักรกลาง-ใต้ สองข้างทางมีทั้งบ้าน ไร่นา สวน เรียกว่าเป็นหมู่บ้านเล็กนอกตัวเมืองก็ว่าได้ และขาดไม่ได้ก็คือผู้คนเดินเท้าเช่นเดียวกับเขามากมาย บ้างก็มีแค่กระเป๋าแบบเกรนและมิเรน บ้างก็มีรถลามาด้วย บ้างก็นั่งเกวียนทั้งขนาดเล็กจนถึงใหญ่ ไปตามทางซึ่งจุดหมายของคนส่วนใหญ่คงเป็นประตูเมืองใต้ที่กันเขตแดนนั้นเอง
"เร่เข้ามาครับ เร่เข้ามา วันนี้เรามีสินค้าสดๆจากสวนผัก 'ลุงสวน' ครับ ราคาไม่แพง เข้ามาชมกันก่อนเลยครับ"
"ทางนี้ครับ ทางนี้เลยผลไม้สดรสเลิสเด็ดจากต้นในสวนด้ายหลังนี้เอง ราคากันเองครับ"
"ผักสดๆครับ ผักสด จากสวนของเรา ไม่ใส่สาร ไม่แพง ราคากันเองครับ ซื้อมากมีลดอีกด้วย"
"เชิญชมกันก่อนครับ น้ำผลไม้คั้นสดๆ เพื่อสุขภาพ มีหลากหลายชนิด เข้ามาดู เข้ามาชมกันก่อนครับ"
เมื่อเดินมากันได้สักพักก็มีซุ่มขายของข้างทางหลายเจ้าที่วางขายอยู่ด้านหน้าไร่สวนหรือหน้าบ้านของตน เหมือนตลาดย่อมเลยก็ว่าได้ ซึ่งก็สร้างสีสรรค์ให้กับสองข้างทางได้ระดับหนึ่ง มิเรนเมื่อเห็นว่ามีของน่าสนใจหลายอย่างจึงลากเกรนเดินเข้าไปชมร้านนี้นู้นตลอดทางที่เดินจนหมดร้านสุดท้าย
"แหม ท่านเกรนคะ สองข้างทางนี้ดีจังมีขายของด้วย สนุกไปอีกแบบนะคะ ทำไมทางเหนือที่เราเคยผ่านเข้ามาไม่มีหละ"
"อืม ทางเหนือเค้าเน้นทำปศุสัตว์นะ เลยไม่ค่อยมีขายข้างทางแบบนี้หลอก อีกอย่างที่เราเห็นเมื่อกี้ ข้าคิดว่าช่วงนี้เป็นช่วงผลผลิตออกมามากกว่าทึกที พวกชาวไร่สวนเลยเอาออกมาขายกันเองด้วยส่วนหนึ่ง"
"อูว... งั้นเราก็โชคดีนะคะ มาช่วงนี้พอดี อิอิ"
"น่าจะใช่อะนะ 555 เฮ้ย... มิเรนหลบ !!!"
วิ้ววววว... ตูม!!!
เกรนรวบตัวมิเรนแล้วกระโจนออกด้านข้างหลบลูกบอลไฟที่พุ่งมายังจุดเดิมที่พวกเค้าอยู่พอดี
"มิเรน เจ้าไม่เป็นไรนะ"
"คะท่านเกรน ข้าไม่เป็นไร"
เกรนหันมองไปยังจุดที่บอลไฟลอยมาพบว่าห่างออกไปไม่ไกลมีการต่อสู้กันอย่างชุลมุนอยู่ เราสังเกตุเห็นว่ามีกลุ่มหนึ่งมีคนน้อยกว่าพยายามสู้ไปพร้อมปกป้องรถม้าแบบตู้สีเหลี่ยมสีครีมเหลืองไปด้วย
"กรรม มาสู้อะไรกันตรงนี้เนี่ย" ชายคนหนึ่งที่หลบไม่ห่างจากเกรนบ่นขึ้นกับเพื่อนของตน
"ทำไงได้ก็ไอ้สำนัก 'ฟ้าไร้ปราณี' กับ 'สมิงคำราม' บ้านี้ตามล่าลูกสาวของเจ้าสำนัก 'สิงห์คะนองเดช' เพื่อเอาไปต่อลองนะสิ" เพื่อนที่หลบใกล้เขาตอบ
"เอ๋อ.. ไอ้สงครามทะลายสำนักอันดับสามสินะ"
"นั้นหละ ข้าได้ข่าวว่าลูกสาวของเจ้าสำนัก 'สิงห์คะนองเดช' เดินทางมาเที่ยวที่เมืองนี้นะ สงสัยฝ่ายนู้นส่งคนตามมาจนเจอกันนั้นหละ"
"แล้วใครจะชนะหละ ข้าอยากเดินทางต่อแล้ว เดี๋ยวก็ไปถึงเขตแดนไม่ทันค่ำกันพอดี ข้าขี้เกลียดนอนกลางดินนะเฟ่ย"
"ข้าว่าอีกไม่นานหลอกดูสิฝ่าย 'สิงห์คะนองเดช' กำลังเสียเปรียบอีกไม่นานก็คงพ่ายแล้ว"
เกรนรู้สึกสนใจในการสนทนาของนักเดินทั้งสองคนนั้นจึงเดินไปใกล้พวกเค้าแล้วสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
"ท่านทั้งสองข้าของถามอะไรหน่อยสิ"
"หืม เจ้ามีอะไรหละ"
"ข้าต้องของอภัย พอดีเมื่อกี้ข้าได้ยินที่ท่านทั้งสองคุยกัน เลยสงสัยว่าทำไมสองสำนักต่อลุมทะลายอีกสำนักด้วยสำนัก 'สิงห์คะนองเดช' นี้ทำเรื่องเลวทรามหรือ"
"555 เจ้าไปอยู่ไหนมา จะลงใต้ดันไม่รู้เรื่องที่สามสำนักนี้ต่อสู้กันซะได้"
"พอดีข้าพึ่งลงมาจากทางเหนือกะว่าจะมาท่องเที่ยวแดนใต้สักหน่อยนะ"
"อือ.. ถึงว่าเจ้าไม่รู้ ข้าจะบอกให้ที่เจ้าว่านั้นมันกลับกันนะ สองสำนัก 'ฟ้าไร้ปราณี' กับ 'สมิงคำราม' นั้นตั้งหากที่ชอบทำเรื่องชั่วๆ แต่มักโดนสำนัก 'สิงห์คะนองเดช' มาขัดอยู่เลื่อยๆ จนทั้งสองหันมาจับมือกันช่วยคราวเพื่อล้มสำนัก 'สิงห์คะนองเดช' นะ"
"อา เรื่องเป็นเช่นนี้หรือ ข้าไม่รบกวนทั้งท่านหละ ข้าขอตัว" เกรนกล่าวลาแล้วเดินกับไปตรงมุมที่เขาให้มิเรนหลบอยู่
"อืมๆ" ชายนักเดินทางคนนั้นกล่าวรับ แล้วหันมาสนใจการต่อสู้ด้านหน้าต่อ
เมื่อเกรนที่ได้ยินเรื่องบางส่วนเดินมาจนถึงที่ที่มิเรนหลบอยู่ เขาจึงคิดว่าน่าจะไปช่วยฝ่ายสำนัก 'สิงห์คะนองเดช' เขารู้สึกว่าคงไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปได้ เพราะถ้าฝ่ายสำนัก 'ฟ้าไร้ปราณี' กับ 'สมิงคำราม' ได้ตัวบุตรสาวของเจ้าสำนัก 'สิงห์คะนองเดช' คงมีผลต่อสงครามของทั้งสองฝ่ายไม่มากก็น้อย ซึ่งนางคงโดนใช้เป็นตัวประกันทำให้ทางสำนัก 'สิงห์คะนองเดช' พ่ายได้ เขาจึงเล่าเรื่องที่ได้ยินมาให้มิเรนฟังแล้วบอกความตั้งใจของเขา
"มิเรนข้าคิดว่าจะไปช่วยฝ่ายที่ตนนี้เสียเปรียบนะ เจ้าว่าไง"
"ข้าเห็นด้วยกับท่านเกรนคะ เพราะจากที่ฟังมาถ้าสำนัก 'สิงห์คะนองเดช' สลายไปคนที่อยู่ทางใต้ในการคุ้มครองของสำนัก 'สิงห์คะนองเดช' คงต้องทุกข์ลำบากเป็นแน่แท้"
"ดีงั้นเราไปช่วยพวกเค้ากันกัน เจ้าร่ายเวทลมก่อกวนวงนอกอีกฝ่ายให้สนับสนุนด้านในไม่ได้ เดี๋ยวข้าจะแฝงเข้าไปด้านในร่วมต่อสู้กับสำนัก 'สิงห์คะนองเดช' เอง"
"คะท่านเกรน"
จากนั้นทั้งสองก็วิ่งไปยังจุดที่เกิดการต่อสู้ทันที
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น